วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

หาดปากเมง

หาดปากเมง

        เมื่อไหร่ก็ตามที่เหน็ดเหนื่อยกับทั้งการทำงาน การเรียน และคิดจะหยุดพักเพื่อออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ชื่นชมความงามของท้องทะเล วันนี้กระปุกดอทคอมมีสถานที่ท่องเที่ยวที่จะชวนเพื่อน ๆ ออกไปกอดเมืองไทยให้หายเหนื่อย พร้อม ๆ กับสัมผัสงดงามยามพระอาทิตย์ตกดินสุดโรแมนติกกันไกลถึง"จังหวัดตรัง" ใช่แล้ว! เราจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยว "หาดปากเมง" หาดทรายชายทะเลแหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกของเมืองหมูย่างรสเลิศกัน...

       หาดปากเมง ตั้งอยู่ที่ ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง อยู่ในการดูแลของ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ห่างจากตัวเมือง 40 กิโลเมตร ลักษณะเป็นชายหาดรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ความยาว 5 กิโลเมตร สวยงาม เงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน เล่นน้ำ ฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ชิมอาหารทะเลสด ๆ เลิศรส 

       และเฝ้ารอยลโฉมความงดงามสุดแสนโรแมนติกของพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลาลับขอบฟ้า ณ เขาเมง หรือ เกาะเมง สัญลักษณ์ประจำ หาดปากเมง เพราะทันทีที่ถึง หาดปากเมง ภาพแรกที่ดึงดูดสายตาผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดีก็คือ เขาเมง โขดเขาใหญ่กลางน้ำรูปร่างคล้ายคนนอนหงายทอดตัวยาวไปทางด้านเหนือ อาจเพราะความใหญ่ และประวัติ เขาเมง ก็เป็นเรื่องเล่าแฝงคติธรรม สอนให้คนที่ได้ฟังยึดถือในเรื่องความกตัญญูเป็นหลักในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็ตาม


       ซึ่งนอกจากจะเป็นที่ตั้งของ ท่าเรือปากเมง เพราะทริปท่องทะเลตรังส่วนใหญ่จะเริ่มต้นรับ-ส่งนักท่องเที่ยว ที่เดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ ของทะเลตรังกันที่นี่ หาดปากเมง ยังมีสิ่งที่เรียกว่าเป็น Unseen อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือ หอยตะเภา หอยหายากใกล้จะสูญพันธุ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งจะสามารถชิมรสชาติความอร่อยของ หอยตะเภา ได้เฉพาะเวลาน้ำลงต่ำสุด เห็นหาดทรายกว้าง 500 เมตร ในช่วงข้างขึ้นหรือข้างแรม 13–4 ค่ำ เท่านั้น จนทำให้เกิดงานอนุรักษ์หอยตะเภา ประจำปีขึ้นทุก ๆ วันเสาร์และอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายน

       และนี่คือ หาดปากเมง สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง ที่เราอยากชวนไปท่องเที่ยวกัน


ด้านหนึ่งของสะพานเป็นหมู่บ้านชาวประมง


สันทนาการบนสะพาน



อีกด้านหนึ่งของสะพานเป็นปากอ่าว


ขับรถมาได้สักระยะข้ามสะพานหาดปากเมง



ฝั่งหนึ่งเป็นปากอ่าว



โรงแรมนี้อยู่ตรงปากอ่าวพอดี ถือว่าทำเลดีเด่น



วิถีชีวิตผู้คนคล้ายๆกัน


ฝั่งหนึ่งเป็นป่าชายเลน



ลงจากสะพานปากเมงมาไม่ไกล เข้าสู่หาดปากเมง


พ้นแนวเขื่อนกั้นกันคลื่น เป็นหาดทรายยาวเหยียด



ถนนเลียบหาด



ชายหาดปากเมง



          ตั้งแต่หาดยาว หาดหยงหลิง หาดเจ้าไหม จนหาดปากเมง เท่าที่สังเกตนักท่องเที่ยวและทะเบียนรถ ส่วนใหญ่จะคนท่องถิ่นเสียเป็นส่วนมาก ยังไม่พบชาวต่างชาติ


ตรงไปเรื่อยๆตามถนนเลียบหาดปากเมง


เห็นท่าเรือปากเมงแต่ไกล


ท่าเรืออยุ่ห่างจากชายฝั่งมาก


ทางเข้าเรือปากเมง

เดินสักครึ่งกิโล ฯ ถึงท่าเทียบเรือ

 
การเดินทาง

โดยรถส่วนตัว : ไปตามทางหลวงหมายเลข 4046–4162 (ตรัง-สิเกา-ปากเมง) ระยะทาง 38 กิโลเมตร เมื่อถึงหาดปากเมงเลี้ยวขวาประมาณ 1 กิโลเมตร

          โดยรถประจำทาง : จากตัวเมืองตรัง โดยสารรถตู้ปรับอากาศ สายตรัง-ปากเมง ค่าโดยสารคนละ 40 บาท

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม


อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม


     อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมมีพื้นที่ครอบคลุมอยุ่ในท้องที่อำเภอสิเกา และอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยู่ทางทะเลอันดามัน ประกอบด้วยป่าชายเลน หญ้าทะเล เกาะแก่ง มีหาดทรายขาวนวลเรียงยาวไปตามผืนแผ่นดินกว่า 20 กิโลเมตร และสนทะเลตามธรรมชาติอันสวยงาม อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 144,292.35 ไร่ หรือ 230.87 ตารางกิโลเมตร

     ในปี พ.ศ. 2522 นายประมูล รักษาแก้ว หัวหน้าศูนย์วิจัยนิเวศวิทยาป่าไม้กันตัง กองบำรุง กรมป่าไม้ ได้มีบันทึกลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2522 เสนอกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ว่า ได้ทำการออกสำรวจป่าเพื่อทำการวิจัยนิเวศวิทยาในท้องที่ตำบลกันตัง จังหวัดตรัง พบว่า บริเวณหาดแหลมหยงลำเป็นหาดทรายขาวสวยงาม มีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร มีสนทะเลขึ้นอยู่ตามธรรมชาติเหมาะที่จะจัดให้เป็นวนอุทยาน เป็นที่พักผ่อนของประชาชน กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้มีคำสั่งที่ 2502/2522 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2522 ให้ นายสมบูรณ์ วงศ์ภักดี นักวิชาการป่าไม้ 5 ไปทำการสำรวจซึ่งปรากฏว่า สภาพพื้นที่เหมาะแก่การจัดตั้งเป็นวนอุทยานได้ กรมป่าไม้จึงได้มีคำสั่งที่ 378/2523 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2523 ให้ นายประมูล รักษาแก้ว ทำหน้าที่หัวหน้าวนอุทยานแหลม หยงลำ อีกหน้าที่หนึ่ง 

     ต่อมาวนอุทยานแหลมหยงลำได้มีหนังสือที่ กส.0708(ลล)/1 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2523 และบันทึกที่ กส.0708(ลล)/พิเศษ ลงวันที่ 11 กันยายน 2523 ส่งรายงานการสำรวจเบื้องต้นวนอุทยานแหลมหยงลำเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ กองอุทยานแห่งชาติจึงได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติในคราวประชุมครั้งที่ 3/2523 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2523 เพื่อพิจารณากำหนดที่ดินบริเวณแหลมหยงลำเป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเห็นสมควรปรับปรุงแนวเขตใหม่ให้เหมาะสมโดยจัดตามแนวเขตธรรมชาติให้มากที่สุด กองอุทยานแห่งชาติจึงได้ดำเนินการสำรวจแนวเขตพื้นที่ดังกล่าว และได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติในคราวประชุมครั้งที่ 4/2523 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2523 ได้มีมติเห็นสมควรให้กำหนดพื้นที่แหลมหยงลำ หาดยาว หาดสั้น หาดเจ้าไหม และหาดปากเมง เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินป่าคลองไหโละ ป่าคลองปอ และป่าคลองกันตัง ในท้องที่ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา ตำบลบ่อน้ำร้อน ตำบลบางสัก ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง พื้นที่ 144,300 ไร่ หรือ 230.88 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 98 ตอนที่ 170 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2524 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 36 ของประเทศไทย

     ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนพื้นที่บางส่วนในเขตอุทยานแห่งชาติป่าคลองไหโละ ป่าคลองปอ และป่าคลองกันตัง ในท้องที่ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2532 ลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 106 ตอนที่152 ลงวันที่ 13 กันยายน 2532 จำนวน 0.012 ตารางกิโลเมตร เพื่อทำการก่อสร้างโรงเรียนบ้านหาดยาว ของสำนักงานประถมศึกษาอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ทำให้พื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมในปัจจุบันคงเหลือเพียง 230.868 ตารางกิโลเมตร


ขนาดพื้นที่
144292.34 ไร่


หน่วยงานในพื้นที่


ภาพแผนที่


ลักษณะภูมิประเทศ
อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอสิเกา และอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 7 องศา 17 ลิบดา - 7 องศา 32 ลิบดา เหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศา 13 ลิบดา - 99 องศา 29 ลิบดา มีอาณาเขตทิศเหนือจดเขาจองจันทร์ อำเภอกันตัง คลองเมงและคลองลำยาวตำบลไม้ฝาด อำเภอ สิเกา จังหวัดตรัง ทิศใต้จดทะเลอันดามัน เกาะลิบง และปากน้ำกันตัง ทิศตะวันออกจดควนดินแดง ควนเม็ดจุน ควนลุ และควนแดง ทิศตะวันตกจดทะเลอันดามัน เกาะไหง เกาะม้าของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา


อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมสามารถแบ่งพื้นที่ออกได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่
พื้นที่ดินชายฝั่งทะเล รวมทั้งเกาะมุกต์ เกาะกระดาน เกาะแหวน เกาะเชือก เกาะเมง เกาะปลิง และเกาะเจ้าไหม บริเวณชายฝั่งนี้ประกอบด้วยเขาหินปูนสูงชัน ทางตอนเหนือด้านตะวันออกมีเทือกเขาจองจันทร์ เทือกเขาควนเม็ดจูน เทือกเขาควนแดง ฯลฯ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารหลายสายที่มารวมกันเป็นคลองบางสัก ไหลลงสู่แม่น้ำตรัง


พื้นน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 137.22 ตารางกิโลเมตร เป็นห้วงน้ำลึก มีความลึกเฉลี่ย 20 เมตร


ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมจัดอยู่ในลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้นสลับชุ่มชื้น ได้รับอิทธิพลจากลมมรุสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทั้งสองด้าน จึงทำให้ฝนตกชุกตลอดปี ทำให้เกิดฤดู 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน เด่นชัดกว่าฤดูหนาว โดยฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน ส่วนฤดูฝนเริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - ธันวาคม อากาศร้อนชื้นถึงชุ่มชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 27 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนมากว่า 2,100 มิลลิเมตรต่อปี 


พืชพันธุ์และสัตว์ป่า
สังคมพืชที่พบในอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมสามารถจำแนกออกได้เป็น
ป่าดงดิบ ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งตอนในบริเวณเขาน้ำราบ บ่อน้ำร้อน ทิศตะวันออกของหาดทรายเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งบนเกาะมุกต์ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยางวาด ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง ตำเสา หลุมพอ คอแลน ฯลฯ พืชพื้นล่างเป็นพวกหวายและเถาวัลย์


ป่าเขาหินปูน พบด้านทิศตะวันตกของเกาะมุกต์ เกาะเชือก เกาะแหวน เกาะปลิง เขาแบนะ เขาหยงหลิง เขาเมง และเขาเจ้าไหม ประกอบด้วยพืชพรรณเฉพาะพื้นที่ เช่น จันทน์ผา เป้ง สลัดได ยอป่า เตยเขา ปรงเขา กล้วยไม้ชนิดต่างๆ และบอน เป็นต้น


ป่าชายหาด ขึ้นอยู่เป็นบริเวณแคบๆ ตามชายหาดและโขดหินที่น้ำทะเลท่วมไม่ถึง พันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น หู กวาง สนทะเล กระทิง เม่า พื้นที่ราบต่อจากชายหาดเป็นป่าโปร่งประกอบด้วยไม้แคระแกร็น พันธุ์ไม้สำคัญได้แก่ เคี่ยม นนทรี เสม็ดแดง ยอป่า หนามแท่ง ช้องแมว พืชชั้นล่างเป็นพวกหญ้าชนิดต่างๆ


ป่าชายเลน พบในพื้นที่ถัดจากชายหาดเข้ามาในบริเวณหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติตลอดแนวจากหาดปากเมงถึงหาดเจ้าไหม และมีการกระจายอยู่ตามอ่าวของเกาะมุกต์ พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ โปรง ตะบูน ตะบัน ถั่ว ตาตุ่มทะเล เป้งทะเล เหงือกปลาหมอ จาก และหวายลิง เป็นต้น สังคมพืชน้ำ ได้แก่ หญ้าทะเล และสาหร่ายทะเล ซึ่งอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมเป็นแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ 3,975 ไร่ ระหว่างแหลมหยงหลิงและเกาะมุกต์ จากการสำรวจพบหญ้าทะเลขึ้นอยู่ 8 ชนิด ได้แก่ หญ้าเต่า หญ้าชะเงาใบยาว หญ้าชะเงาใบสั้นสีน้ำตาล หญ้าชะเงาใบสั้นสีเขียว หญ้าชะเงาใบสั้นปล้องยาว หญ้าใบสน หญ้าผมนาง และหญ้าใบมะกรูด


สัตว์ที่พบอยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมจำแนกออกได้เป็น
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พบรวม 51 ชนิด ได้แก่ พะยูน เลียงผา ค่างดำ ค้างแว่นถิ่นใต้ เก้ง กระจงเล็ก เสือไฟ แมวดาว นากเล็กเล็บสั้น ชะมดแผงหางดำ กระเล็นขนหางปลายหูสั้น หนูฟานสีเหลือง และค้างคาวชนิดต่างๆ ฯลฯ


นก พบรวม 137 ชนิด ได้แก่ นกกระสาคอดำ นกตะกรุม นกยางจีน นกทะเลขาเขียวลายจุด นกนางนวลแกลบพันธุ์จีน นกกก นกแต้วแล้ว และ นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ ฯลฯ


สัตว์เลื้อยคลาน พบ 29 ชนิด ได้แก่ เต่าบึงหัวเหลือง จิ้งจกหางเรียบ ตุ๊กแกหางเรียบ กิ้งก่าสวน แย้จุด เหี้ย จิ้งจกเรียวท้องเหลือง งูเหลือม งูไซ และงูพังกา เป็นต้น br>
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก พบ 9 ชนิด ได้แก่ จงโคร่ง คางคกบ้าน กบอ่อง ปาดบ้าน อึ่งอ่างบ้าน เป็นต้น


สัตว์น้ำ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมเป็นแหล่งระบบนิเวศที่สำคัญทั้งระบบนิเวศป่าชายเลน หญ้าทะเล และแนวปะการัง จึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย อาหาร หลบภัย และอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์น้ำนานาชนิด เช่น ปูแสม ปูม้า หอยนางรม หอยตะเภา หอยชักตีน ปลาเก๋า ปลาผีเสื้อ และโลมา เป็นต้น 


การเดินทาง
รถยนต์
จากจังหวัดตรังไปตามทางหลวงจังหวัดตรังหมายเลข 4046 (ตรัง – สิเกา) ถึงกิโลเมตรที่ 30 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4162 สู่หาดปากเมงเป็นระยะทาง ประมาณ 40 กิโลเมตร จากหาดปากเมงเลี้ยวซ้ายไปตามถนนเลียบชายหาดอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม (บริเวณหาดฉางหลาง) รวมระยะทางทั้งสิ้น 47 กิโลเมตร




เรือ 
การเดินทางไปตามเกาะต่างๆ ให้ติดต่อเช่าเหมาเรือที่ท่าเรือปากเมง ท่าเรือหาดยาว และท่าเรือควนตุ้งกู ท่าเรือปากเมงเป็นท่าเรือหลักที่จะไปยังเกาะต่างๆ คือ เกาะกระดาน เกาะมุกต์ เกาะแหวน และเกาะเชือก โดยมีที่พักในหมู่เกาะเหล่านี้ 3 แห่ง คือ เกาะกระดาน เกาะมุกต์ และเกาะไหง ระยะทางจากหาดปากเมงถึงตรัง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที มีเรือให้เช่าโดยลักษณะการเช่าเป็นวัน ท่าเรือหาดยาว เป็นท่าเรือที่ตั้งอยู่ถนนสายตรัง-กันตัง ข้ามฟากไปท่าส้ม แล้ววิ่งตามทางไปยังหาดเจ้าไหม ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร แล้วลงไปยังท่าเรือไปเกาะต่างๆ ได้ 

แผนที่เส้นทาง


ทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม



ถ้ำมรกต




          ถ้ำมหัศจรรย์กลางทะเลตรังตั้งอยู่ที่เกาะมุก คือ ถ้ำมรกต เป็นถ้ำทะเลที่มีโพรงลอดเข้าไปภายในถ้ำได้เฉพาะในยามน้ำลง ซึ่งต้องลอยคอหรือล่องเรือแคนูเข้าไป ผจญภัยท่ามกลางความมืด จนน้ำทะเลสูงถ้ำด้านในซึ่งเป็นหาดทรายขาวนวลมีป่าไม้เขียวขจีเป็นฉากหลัง และมีโพรงรับแสงสว่างลงมาจากด้านบนได้ อย่างไรก็ดี ที่สุดแห่งความมหัศจรรย์นั้น ยังอยู่ที่บริเวณปากทางเข้าถ้ำซึ่งน้ำทะเลเป็นสีเขียวมรกตงดงามยิ่งนัก
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดประมาณ 14.00 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด : ฤดูร้อนราวเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม
จุดชมวิวที่ดีที่สุด : ปากถ้ำมรกตด้านนอกทางด้านทิศตะวันตก

เส้นทางการเดินทาง จากตัว จ.ตรัง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4046 มุ่งหน้า อ.สิเกา ก่อนถึงตัว อ.สิเกา แยกซ้ายทางหลวงหมายเลข 4162 สู่หาดปากเมง ลงเรือที่หาดปากเมงต่อไปถ้ำมรกตซึ่งตั้งอยู่บนเกาะมุก
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ ททท.สำนักงานตรัง โทร. 075 215 867, 075 211 058

เกาะกระดาน


           เป็นเกาะที่สวยเกาะหนึ่งของจังหวัดตรัง มีเนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นสวนยางและสวนมะพร้าวของเอกชน รวมทั้งร้านอาหารและที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว จุดเด่นของเกาะกระดานคือ ชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดเหมือนแป้ง  และน้ำใสจนมองเห็นแนวปะการังซึ่งทอดยาวจากชายหาดด้านเหนือถึงชายฝั่ง และมีฝูงปลาหลากสีแหวกว่ายอย่างสวยงาม สำหรับผู้นิยมการโต้คลื่นด้านหลังเกาะมีอ่างเล็กๆ มีคลื่นลูกโตๆ สาดม้วนเข้าหาหาดเป็นระลอกๆ  เหมาะสำหรับเล่นกระดานโต้คลื่น เกาะกระดานอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุก และเกาะลิบง โดยใช้เวลาเดินทางจากปากเมง ประมาณ 1 ชั่งโมง 40 นาที 
          รอบเกาะมีชายหาดอยู่ 4 แห่ง เกาะกระดานจึงเป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง ที่มีเกาะอื่นรายรอบเป็นบริวาร ชายหาดเป็นทรายขาวละเอียด น้ำใส จนมองเห็นริ้วทรายใต้พื้นน้ำ สุดชายหาดด้านเหนือ มีแนวปะการังทอดยาวออกไปในทะเล บริเวณชายฝั่งเป็นปะการังน้ำตื้น 
          ชายหาดบนเกาะได้แก่
  • ชายหาดเกาะกระดาน เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ มีชายหาดขาวยาวประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณด้านหน้าของชายหาด นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำดูปะการัง ซึ่งยาวตลอดแนวชายหาด จากชายหาดสามารถมองเห็นเกาะลิบง เกาะแหวน เกาะมุก และเกาะเชือก และยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อีกด้วย
  • ชายหาดอ่าวเนียง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เป็นหาดทรายขาวยาวประมาณ 800 เมตร ด้านหน้าชายหาดนักท่องเที่ยวนิยมดำน้ำดูปะการัง ซึ่งมีตลอดแนวชายหาด จากชายหาดนี้สามารถมองเห็นเกาะลิบงได้
  • ชายหาดอ่าวไผ่ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เป็นหาดทรายขาวยาวประมาณ 200 เมตร ด้านหน้าของชายหาดไม่มีแนวปะการัง สามารถมองเห็นเกาะเชือก เกาะแหวน เกาะมุก สามารถชื่นชมกับดวงอาทิตย์ตกได้สวยงาม
  • ชายหาดอ่าวช่องลม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ อยู่เหนือที่ทำการพิทักษ์อุทยานฯ ห่างไปประมาณ 800 เมตร สามารถเดินเท้าขึ้นเนินไปชมดวงอาทิตย์ตก มองเห็นเกาะรอกได้อย่างชัดเจน

เกาะเชือก - เกาะแหวน

ภาพเกาะเชือก

         ป็นเกาะเล็กๆ ทั้งสามเกาะอยู่ในวงล้อมของเกาะมุก และเกาะกระดาน เป็นเกาะสัมปทานรังนกทั้งสามเกาะ ห่างจากเกาะไหงประมาณ 4 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นโขดหิน แหละหน้าผาหินสูงชัน ไม่มีชายหาด หรือบ้านเรือนของผู้คน และชาวประมงอาศัยอยู่บนเกาะทั้งสาม นอกจากมีกระท่อมของคนเฝ้ารังนกปลูกเรียงรายบนโขดหินรอบตัวเกาะ บริเวณรอบเกาะทั้งสามเป็นแหล่งดำน้ำ ชมปะการังชนิดต่างๆ มีทั้งดงปะการังน้ำตื้น และน้ำลึกรายรอบ มีฝูงปลาทะเลสีสันสวยงามนานาชนิด เช่น ปลานกแก้ว ปลาโนรี ปลาสินสมุทร ปลาลายเสือ ฯลฯ 


ภาพเกาะแหวน




ภาพเกาะม้า




เกาะแหวน  และ  เกาะม้า

          ทางด้านทิศเหนือของตัวเกาะทั้งสามสามารถมองเห็นท่าเรือปากเมง ท่าเรือบ่อม่วง เกาะมุก ทางทิศใต้ มองเห็นเกาะกระดาน เกาะไหง เกาะรอก นักท่องเที่ยวที่นิยมชมชอบในเกมกีฬาตกปลา มักจะเดินทางมาประลองฝีมือกันรอบๆ เกาะทั้งสามเกาะนี้ เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยฝูงปลาทะเลมากมายหลายชนิด บริเวณ เกาะเชือกยังมีถ้ำตื้นๆ ที่จะดำน้ำ หรือเอาเรือลอดเข้าไปยามน้ำลง จะพบกับชายหาดเล็กๆ และค้างคาวเต็มผนังถ้ำใต้น้ำ ตรงปากถ้ำคือที่รวมของกัลปังหาที่สวยงาม 

เกาะไหง


          เกาะไหง เป็นเกาะที่มีหาดทรายสีขาวดังแป้งยาวตลอดแนวฝั่งตะวันออก ตาม แผนที่เกาะไหง ซี่งเป็นแหล่งกำบังคลื่นลมจากมหาสมุทรได้ดี เกาะไหงเป็นเขตรอยต่อของ จังหวัดกระบี่ และตรัง เราจึงเลือกเดินทางได้ทั้ง 2 จังหวัด ลองคลิ้กอ่าน การเดินทางไปเกาะไหง ตามพื้นที่แล้วเกาะไหงถือว่าเป็นเกาะที่อยู่ในเขต จ.ตรังมากกว่า จ.กระบี่ การเดินทางจาก ท่าเรือปากเมง จ.ตรัง จะสะดวกกว่า สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะไปเกาะไหง แต่ก็มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยโดยเฉพาะชาวต่างชาติเลือกที่จะเดินทางจากเกาะลันตา มาเกาะไหง

          เกาะไหง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เกาะไหง มีความเงียบสงบ นักท่องเที่ยวน้อยกว่าเกาะลันตามาก เป็นเกาะขนาดเล็ก ไม่มีทางรถยนต์บนเกาะ ไม่เหมือนเกาะลันตา ที่เป็นอำเภอ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เกาะไหงจึงเหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและท้องทะเลจริงๆ ตลอดชายฝั่งตะวันออกยาว 2.2 กม. เป็นชายหาดสีขาว และแนวปะการังทางปลายเกาะ ทางตะวันออกเฉียงใต้เกาะ มีอ่าวเล็กๆ แถวเกาะไหงรีสอร์ท แถวท่าเรือเป็นแหล่งดำน้ำตื้นชั้นเยี่ยม หากเราเดินต่อไปทางใต้จะพบแหลมกวนอิม คล้ายเจ้าแม่กวนอิม แถวนี้เป็นจุดดำน้ำอีกจุดหนึ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ เป็นอ่าวโกตงมีหาดทรายยาว 1 กม. เป็นที่ตั้งของ Koh Ngai Paradise บนเขาทิศเดียวกันนี้เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ เราสามารถดำน้ำเล่นแถวนี้ได้ เราอาจถามเจ้าหน้าที่ให้พาไปจุดชมวิว น่าจะใช้เวลาเดินเท้าสัก 2 กม. เพื่อไปถึงยอดเขาชมวิวทะเลตรังทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก 



         จุดเด่นของเกาะไหง คือ น้ำทะเลใส ไม่ไกลนัก ทางปลายเกาะจะมีแหล่งดำน้ำตื้น (snorkeling) ชั้นยอดอยู่ ไม่ควรพลาดครับหากได้มาเยือน   จากหน้าหาด จากที่พักบนเกาะไหง เป็นจุดชมหมู่เกาะน้อยใหญ่ได้สวยงาม ชาวต่างชาตินิยมมาอาบแดด อ่านหนังสือริมหาด หรือหากชอบดำน้ำ ก็สามารถเช่าอุปกรณ์ ได้ที่รีสอร์ท ราคาประมาณ 50 บาท หรือซื้อทัวร์เที่ยว 4 เกาะ ราคา 700บาท/คน มีขายอยู่ทุกวัน  สี่เกาะที่ไม่ควรพลาดคือ เกาะเชือก เกาะม้า ถ้ำมรกต(เกาะมุก) อยู่อีกด้านของเกาะต้องมุดและลอยตัวเข้าไปในถ้ำ และเกาะกระดาน หรืออีกทริปที่น่าสนใจคือ เกาะรอก ขึ้นเหนือไปทางเกาะลันตา ประมาณ 29 กม.จากเกาะไหง ราคาจะสูงอีกหน่อย ประมาณ 1200 บาท/คน โดยเรือเร็ว รวมค่าเข้าอุทยานฯ หมู่เกาะลันตา


          สำหรับนักดำน้ำลึก เราสามารถเรียนคอร์ส Scuba ได้ที่นี่ หรืออายเลือกดำน้ำตื้นแทนสำหรับพวกที่ยังไม่พร้อม พายเรือแคนู เที่ยวหมู่เกาะใกล้เคียง ว่ายน้ำเล่นริมหาด เดินป่าศึกษาธรรมชาติหลังเกาะ แต่ผมไม่อยากให้พลาดทัวร์ 4 เกาะ มี highlight ที่ถ้ำมรกตซึ่งเป็น Unseen Thailand อยู่ด้วย

แผนที่ เกาะต่างๆ ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง